แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Travel แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Travel แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2568

พึ่งไปพิชิตทางเดินป่าดอยสุเทพมาฮะ!!

ในที่สุดผมก็พิชิตดอยสุเทพได้แว้วว *w*
หลังจากที่ฝึกเดินชันกับลู่วิ่งมานานกว่า 5 เดือน

อันที่จริง ผมเคยเดินไปถึงวัดผาลาดมาก่อนหน้านี้ด้วยล่ะ
แต่เพราะว่าผมหาทางขึ้นวัดพระธาตุดอยสุเทพไม่เจอ ก็เลยกลับบ้าน

แต่ว่าผมดันเลือกทางผิดน่ะเซ่!!
ผมดันไปเดินลงถนนใหญ่
แทนที่จะเดินกลับไปทางป่าทางเดิม

เพราะว่ามันไกลเอามาก ๆ เลยยังไงล่ะ x-x

แต่ว่าคราวนี้ไม่พลาดแล้วครับ UwU
ผมหาทางขึ้นไปยังวัดพระธาตุดอยสุเทพเจอแล้วล่ะครับผม ^^

แต่ว่าพอเห็นทางขึ้นก้าวแรกแล้ว...



มันชันเป็นบ้าเลยครับ T T
แต่ว่ามาถึงขนาดนี้แล้ว มีแต่ต้องลุยเท่านั้นล่ะนะ ^^

ระหว่างทาง ฟ้าครึ้มเป็นใจมาก ๆ ครับ
อากาศเย็นมาก ๆ

จนกระทั่ง
ฝนตกลงมาซะงั้นเถอะครับ

แต่ว่ารอบนี้ผมทำการบ้านมาดีครับ
ผมเอากระเป๋าเงินแบบกันน้ำมาด้วย
และก็เอามาแค่โทรศัพท์อย่างเดียว

เพราะคราวก่อน เอากระเป๋ามา
แล้วพอฝนตก จากสัมภาระ ก็กลายเป็นภาระไปเลยครับ

แต่ผมก็เลือกที่จะไม่หลบฝน และเดินต่อไปครับ
เพราะว่าต่อให้จะรอให้ฝนหยุด ยังไงเท้าก็ต้องเปียกอยู่ดีนั่นแหละครับ


แต่ที่ห่วงกว่าสิ่งอื่นใด
คงหนีไม่พ้นเรื่องเวลานี่แหละครับ
เพราะว่ากลัวว่าถ้าฟ้ามืดแล้วจะหลงป่าเอาครับ T T

ผมเดินไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งทางเดินเริ่มแคบลงเรื่อย ๆ
จนทางที่ผมต้องเดิน
มันกลายเป็นว่า
ผมต้องใช้ท่า Mountain Climber ที่ฝึกมา ใช้กับสนามจริงแล้วล่ะครับ *w*

ผมมาถึงสุดทางป่า จนเจอถนน
ตอนนี้ผมเห็นโค้งที่เป็นโค้งหักศอกในตำนาน (เกือบเอาจักรยานมาแหกโค้งว่างั้น 55)

ทันทีที่ได้พัก ผมก็เริ่มรู้สึกตื่นเต้น (ท่ามกลางสายฝน)
จนอยากไปให้ถึงตัววัดเร็ว ๆ แล้วล่ะครับ

ตอนอยู่ตีนเขาตั้งใจไว้ว่าจะเดินขึ้นบันใดเอา
แต่พอไปถึงร้านขายของฝากหน้าวัดแล้ว
กลายเป็นว่าตะคริวกินซะงั้น T T

ด้วยความกลัวว่ากล้ามเนื้อจะหาย
ก็เลยจำใจขึ้นกระเช้าเอา (20 บาทเอง)

ตอนนั้นผมตัวเปียก จนนักท่องเที่ยวที่ผมขอให้ถ่ายรูป
แกบอกว่าผมเปียกเหมือนลูกหมาเลย 555555

ก็นะ ^^
ฝนลงซะขนาดนั้น

พอขึ้นไปถึงบนพระธาตุแล้ว
มันเป็นภาพที่สวยมาก ๆ เลย

วิวสวย แต่กล้องดันห่วยซะงั้น T T

เพราะว่าหลังฝนตก บนภูเขามันจะเป็นหมอกลงนั่นแหละครับ

ผมยังจำความได้ว่า หน้าหนาวที่เชียงดาวเมื่อหลายปีก่อน
บรรยากาศก็คล้าย ๆ แบบนี้เหมือนกันแหละครับ


หลังจากเดินชมบรรยากาศได้ซักพัก
เพื่อน ๆ คงจะคิดว่า ผมจะเดินลงเขาใช่ไหมครับ ^^

แน่นอนครับว่า
ไม่
ลาก่อนครับ
ผมนั่งรถแดง บิดละะ 555555
(ขาเป็นตะคริวขนาดนั้น ใครจะไปเดินต่อให้พังเล่า!!)

วันเสาร์ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2568

ไปเที่ยวสวนสัตว์กับเพื่อนใน VRChat มาครับ

ตั้งแต่ช่วงโควิดฯ ที่ผ่านมา
ยอมรับเลยว่าได้เพื่อนในเกม VRChat มาเยอะเลยครับ ตอนนั้น

วันนี้ที่ไปเที่ยวด้วยกัน มีอยู่ 2 คนครับ
คือ คุณยูบิ และคุณซาโตริ(ผมเรียกคุณซาโต้ ที่แปลว่าน้ำตาลน่ะ)

ตอนแรกคุณยูบิชวนไปเที่ยวสวนสัตว์ตามปกติเลยครับ
แต่จู่ ๆ ก็เลื่อนนัด พร้อมกับมีตัวละครลับ 1 คนล่ะ (°ロ°) !

ตอนแรกก็นึกว่าพูดเล่น ๆ
จนกระทั่งเมื่อตอนประมาณ 10 โมง คุณยูบิก็โทรมา
แต่ว่าเป็นเสียงของคุณซาโต้ซะงั้น Σ(°ロ°)

"หะ?! หมายถึงอยู่บ้านคุณยูบิ?!"
"บ้านผมเนี่ยแหละ 400 กว่ากิโล"
นั่งตบมุขกันไป 1 ที 55555

สุดท้าย ผมก็ได้เจอคุณซาโต้ตัวเป็น ๆ (แต่ขอเลี่ยงการลงภาพนะ 5555)
และเราก็ได้ไปเที่ยวสวนสัตว์กับตี้ VRChat (+ 1 คนที่เป็นเพื่อนของเพื่อนอีกทีนึง)

หมูเด้ง Bootleg




รู้ไหมใครหลับอยู่
Nutchakrit : 💤






เขากำลังมองอะไรอยู่ 👀
พูรุจัง 🐾 : ข้างล่างนั่นเชือกอะไรหรอคะ ( • ⩊ • )??

พูรุจัง 🐾 : ได้รวมตัวกับเพื่อน ๆ ด้วยล่ะค่า (⌒▽⌒)☆


ถ้าเพื่อน ๆ มีโอกาสมาเชียงใหม่ล่ะก็
ยังไง ฉันจะพยายามไปรับไปส่งให้นะ (* ̄▽ ̄)b

พูรุจัง 🐾 : เรื่องขับรถน่ะ ไว้ใจเจ้านี่ได้เลยค่ะ <( ̄▽ ̄)>
เต้าหู้ก็เละมาแล้วนับไม่ถ้วน ยังไงเจ้าหมอนี่ก็ขับปลอดภัยแน่นอนค่ะ

วันศุกร์ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2567

มาประกอบคอมถึงบ้านเพื่อนโว้ยครับ

 หลังจากที่ผมได้นั่งรถไฟฟ้าเพื่อไปลงแอร์พอร์ตเรลลิ้งค์ ผมก็ได้นั่งรถหลายต่อ เพื่อไปหาเพื่อนที่รู้จักกันบนเน็ตฯ ครับผม

เขาเป็นโอนี่จังที่แสนดีของผมเองครับ พูดแล้วก็เขินจัง =//=

หลังจากที่ผมไปถึงบ้านของเขา ผมก็ไม่รอช้าวางระเบิด ฟูโมะ ไว้หน้าบ้านของเขาครับ
เป็นเครื่องหมายว่า "ฉันมาเยือนแล้วนะโว้ยยยย" อะไรแบบนั้นครับ 555555

หลังจากนั้น ผมก็ปัดฝุ่นคอมให้กับเขา
แต่ว่าเรื่องที่ผมต้องตกใจมากที่สุดคือ ถึงแม้เขาจะเปลี่ยนคอมใหม่ได้ปีนึงแล้ว
แต่ว่าคอมของเขามีฝุ่นเยอะมากกกก

ถ้าใครเคยเห็นพวกวิดีโอคนเป่าฝุ่นคอม
ฝุ่นที่เกาะหนักเยอะมาก ๆ แบบนั้น ตอนแรกผมก็นึกว่าจัดฉาก

แต่พอผมได้มาเจอคอมพี่จ๋าผมแล้ว
อยากจะบอกว่า คลิปพวกนั้นมันไม่เกินจริงเลย
เผลอ ๆ หนักกว่าด้วย เหวออออ ;w;

หลังจากปัดฝุ่นคอมให้ ผมก็เอา 3060 ที่พกมาจากบ้าน เสียบเข้าไป
เพื่อให้เพื่อนยืมพลังแห่งความแรงมากขึ้น

หลังจากป้ายยาเสร็จ ผมก็ตัดสินใจกลับโรงแรมทันที
และหนึ่งวันของผมก็หมดลง

มาเที่ยวกทม. วันแรก (ต่อ)

หลังจากที่ผมขอตัวครั้งล่าสุด ผมก็เลือกที่จะนั่งแท็กซี่ครับผม

อันที่จริง ผมพยายามเลี่ยงแท็กซี่ แต่ก็ไม่สำเร็จครับ
เพราะว่าทางเดินก็ไม่มี เหมือนกับถูกบังคับให้ขึ้นแท็กซี่ อย่างไรอย่างนั้น

ผมจึงเรียกแท็กซี่ผ่านแอปฯ เอา
เพราะว่าไม่อยากถูกแท็กซี่เหมาลากตัวไปครับ ยังไงก็เสี่ยงน้อยสุดสำหรับพื้นที่นั้น

หลังจากที่นั่งแท็กซี่เพื่อไปขึ้นรถไฟฟ้าแล้ว ก็มุ่งตรงมาที่สถานีสนามกีฬา เพื่อจะมาเยี่ยม MBK Center อีกครั้งนึงในรอบหลายปี



เป็นสถานที่ ที่ทำงานของเพื่อนผมเมื่อก่อนครับ
แต่ว่าห้างยังไม่เปิด เพราะว่าผมมาเช้าเกินไปครับผม

ก็เลยไปนั่งหาที่ชาร์จแบตฯ ก่อน เพราะว่าแบตฯ ผมก็ใกล้จะหมดแล้ว


เป็นคุกกี้ที่หวานมาก ๆ จนผมต้องเหลือมันเอาไว้
เพราะว่าถ้ากินหมด ผมคิดว่าน่าจะไม่ดีต่อสุขภาพเอาแน่ ๆ ครับ

ต่อมา ผมก็เข้าไปเที่ยวในห้าง
เพราะว่าโรงแรมผมเช็คอินตอน บ่าย 2ครึ่ง ครับผม

เป็นการรอคอยที่ค่อนข้างโหดเอาเรื่องเลยครับ
9.00 >> 11.00 >> 14.30

พอได้เข้าไปใน MBK ก็รู้สึกว่าคนเยอะมาก ๆ ครับ
เพราะตอนปีใหม่ที่ไปเที่ยว คนน้อยกว่านี้มากครับผม

ตอนนั้น ผมก็ได้ไปแตะตู้ที่ชื่อว่า DDR อีกครั้งครับ
เพราะว่าผมซ้อมเล่นจากที่บ้าน กะว่าจะไปโชว์เทพซักครั้งดู 5555


ก็ปรากฏว่าโชว์เทพจริง ๆ ครับ
มีนักท่องเที่ยวที่ไหนมาเล่นครั้งแรกแล้ว Full Combo เพลง ระดับ Difficult บ้างล่ะครับ 55555
"ฉันนี่มันเก่งจริง ๆ นะเนี่ย วะฮะฮะฮะฮ่าาาา"
หลังจากนั้น ก่อนกลับผมก็ได้ไปเจอเพื่อนที่รู้จักอีกคนนึงครับผม

ก็ได้เซลฟี่ไปตึง ๆ ทีนึงครับ XD



หลังจากนั้นผมก็กลับโรงแรม เพื่อจะไป
ประกอบคอมให้กับบุคคลปริศนาต่อไป...




วันศุกร์ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2567

มาเที่ยวกทม. วันแรกโว้ยยยย

วันนี้ก็มาเที่ยวกทม. ครับผม
คราวนี้มารถบัสเหมือนเดิม เอากล้องตัวเดิมมาด้วย


ค่อนข้างตกใจอยู่ที่ผู้คนที่นี่ค่อนข้างเร่งรีบกว่าที่คิดมาก ๆ
และพื้นที่บางจุด ต้องใช้ความระมัดระวังมาก ๆ ในฐานะคนต่างถิ่น เพราะว่ากรุงเทพฯ ไม่มีฟุตบาตเหมือนกับเชียงใหม่
ผู้คนดูเร่งรีบมาก ๆ และถนนตอนตี 5 ก็เต็มไปด้วยรถแท็กซี่

ประสบการณ์นั่งแท็กซี่ ทำให้รู้ว่า การขับขี่รถในกรุงเทพนั้นต่างจากเชียงใหม่ราวกับฟ้า และเหว

ที่เชียงใหม่ ผู้คนขับรถอย่างเป็นระเบียบ และไม่เร่งรีบ ต่างจากกรุงเทพฯ ที่การข้ามถนนเป็นเรื่องทีอันตรายมาก ๆ

เดี๋ยวผมขอตัวก่อนละกันเน้อ

วันเสาร์ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2566

วิธีซื้อแสตมป์สวย ๆ สำหรับส่งไปรษณีย์

หลาย ๆ คน คงอยากจะมีของสะสมเป็นของตัวเอง หรือมอบให้คนพิเศษ
แต่ว่าอะไรบ้างที่จะสามารถเก็บไว้เป็นที่ระลึกได้ ที่เป็นได้ทั้งภาพ, ข้อความ และสามารถจับต้องได้


แสตมป์ (หรือดวงตราไปรษณียากร)

แสตมป์ (ตามความหมายของบทความนี้) เป็นสิ่งที่สามารถแทนมูลค่าของค่าบริการไปรษณีย์ ตามราคาที่ระบุไว้หน้าแสตมป์
โดยสแตมป์ จะมีความพิเศษ และน่าสะสม เพราะว่าในเทศกาล หรือวันสำคัญต่าง ๆ
ทางไปรษณีย์ จะผลิตแสตมป์ที่มีลายพิเศษออกมาจำหน่าย
(เช่น วันปีใหม่ วันเด็ก วันไปรษณีย์โลก เป็นต้น)

วิธีการหาซื้อแสตมป์

    เชื่อว่า ถ้าหากเราไปขอซื้อแสตมป์จากไปรษณีย์โดยตรง เราคงได้แสตมป์ลายปกติธรรมดาแน่ ๆ 
เพราะฉะนั้น วันนี้ผมจะมาแนะนำว่า เราควรซื้อแสตมป์จากที่ไหน


พิพิธภัณฑ์ตราไปรษณียากร (Philatelic Museum)

ฟังดูเหมือนจะมีแต่ของโบราณ แต่ความเป็นจริงแล้ว ในทุก ๆ เทศกาลที่ประกาศจำหน่ายแสตมป์นั้น สถานที่แรกที่จะเริ่มวางจำหน่ายก็คือ พิพิธภัณฑ์ตราไปรษณียากร นี่แหละครับ

นอกจากนี้ ยังเป็นสถานที่ที่เก็บรวบรวมทั้งประวัติ และวัตถุต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับไปรษณีย์
เช่น ตู้ไปรษณีย์ เครื่องพิมพ์ดีด หรือเครื่องรับส่งสัญญาณโทรเลข เป็นต้น



โปสการ์ด - ไปรษณียบัตร - Postcard

    ไม่ว่าจะไปเที่ยวที่ไหน คงจะคุ้นเคยรูปภาพบนกระดาษแข็งขนาดเท่าฝ่ามือ ที่มีพื้นที่ให้เขียนข้อความไว้ด้านหลังใช่ไหมล่ะครับ สิ่งนั้นเรียกว่า ไปรษณียบัตร หรือโปสการ์ดครับ

โดยไปรษณีย์ กำหนดราคาส่งในประเทศไว้โดยประมาณ ดังนี้ครับ
  • ขนาด 4x6 นิ้ว
    ติดแสตมป์ราคา 2 บาท
  • ขนาดที่เกิน 4x6 นิ้ว ขึ้นไป
    ติดแสตมป์ 3 บาท

    ทั้งนี้ สามารถติดแสตมป์เกินราคาได้
    และการติดแสตมป์น้อยกว่าราคาที่ต้องจ่ายอาจมีปัญหาภายหลังได้ครับ
    ทางผมจึงแนะนำให้ติดแสตมป์ราคา 3 บาทไว้ได้เลยครับ

วันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2563

[เชียงใหม่บุ๊คแฟร์ ครั้งที่ 5] งานหนังสืออีกแล้ว

หลังจากที่หายไปนานรอบที่ล้านแปด
ผมเองก็กลับมาเขียนบล็อกต่อหลังจากที่ไปงานหนังสือมา วันนี้ผมได้ของมาเยอะเลย
แต่ขอพูดอะไรก่อนว่า ปีนี้ของไม่ค่อยมีนะครับผม ;w;
ผมจะให้ดูภาพก่อนแล้วกัน







คราวนี้ผมเองก็ได้ปลอกหมอนมาด้วย ฮ่า ๆ







ขอตัวไปใส่ปลอกหมอนก่อนละกัน 55

ล่าสุดใส่เสร็จแล้ว สีสันสวยงามมาก ;w;



ส่วนผ้าเป็น Peach Skin ก็จะแข็ง ๆ เย็น ๆ หน่อย 55

วันจันทร์ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2562

กลับจากกรุงเทพ [Part 1]

ไปกรุงเทพ แล้วพึ่งกลับนี่แหละครับ
สนุกมาก (มีที่ให้เที่ยว เที่ยวแต่ห้าง เวงเอ้ย)
คือไปแล้วมันก็สนุกไปอีกแบบนะครับ รถไฟฟ้านั่งเพลินมาก
ผมไปที่ Central World, MBK Center, Siam Paragon และอีกหลายที่
อะไรก็ช่างเถอะครับ ตอนแรกกะจะไป Maidreamin แต่คิดดูแล้วว่ามันเกินความจำเป็น เลยวิ่งเข้า Animate ไปซื้อปลอกหมอนมาแทน 5555
เดี๋ยวเราเอาภาพให้ดูดีกว่า
นี่เผลอปรับเป็น ISO 800 ทั้งทาง Noise เต็มไปหมดเลย F มากๆ














พูดถึงหมอนที่ซื้อมา
ผมซื้อจาก Animate กรุงเทพฯ นี่แหละครับ


เนื้อผ้าที่ได้
ตัวเก่าของผมเป็น Peach Skin ครับ ค่อนข้างแข็ง


ตัวใหม่คือตัวด้านล่างนี้ครับ เป็น Polyester ครับ


ครับ ตอนนี้ผมเองก็แสบตามากขอไปนอนก่อนละกันครับ